คำสั่งกรมธนารักษ์ ที่ 203/2547 สั่ง ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2547

คำสั่งกรมธนารักษ์

ที่   203/2547

เรื่อง  หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างค่าเสื่อมอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
ค่าชดเชย  เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลาง  ค่าทดแทน  ค่าปรับ  ค่าเสียหาย  และ

หลักเกณฑ์การอนุญาตให้นำสิทธิการปลูกสร้างหรือสิทธิการเช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ประมูลได้
ไปทำเงื่อนไขผูกพันในการกู้เงิน  หรือเบิกเงินเกินบัญชี  หรือค้ำประกันเงินกู้

 ด้วยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ  พ..  2547  ซึ่งได้
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 121 ตอนพิเศษ  50 .วันที่  3 พฤษภาคม 2547
ข้อ  และข้อ  10 (4)  ได้กำหนดให้การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดมูลค่าอาคารหรือ
สิ่งปลูกสร้าง ค่าเสื่อมอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ค่าชดเชย  เงินค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลาง  ค่าทดแทน
ค่าปรับ  ค่าเสียหาย  และหลักเกณฑ์การอนญาตให้สิทธิการปลูกสร้างหรือสิทธิการเช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
ที่ประมูลได้ไปทำเงื่อนไขผูกพันในการกู้เงิน  หรือเบิกเงินเกินบัญชี  หรือค้ำประกันเงินกู้ให้ออกเป็นคำสั่ง
กรมธนารักษ์

                     ฉะนั้น  อาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ 
..  2547  ข้อ  และข้อ  10(4)  กรมธนารักษ์จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

                        1.  หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง  ค่าเสื่อมอาคารหรือ
สิ่งปลูกสร้างให้เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายคำสั่ง  หมายเลข  1

                        2.  หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดค่าชดเชย  เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคา
ปานกลางให้เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายคำสั่ง  หมายเลข  2

                       3.  หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดค่าทดแทน  ค่าปรับ  และค่าเสียหายให้เป็นไปตาม
เอกสารแนบท้ายคำสั่ง  หมายเลข  3

                       4.  หลักเกณฑ์การอนุญาตให้นำสิทธิการปลูกสร้างหรือสิทธิการเช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
ประมูลได้  ไปทำเงื่อนไขผูกพันในการกู้เงิน  หรือเบิกเงินเกินบัญชี  หรือค้ำประกันเงินกู้ให้เป็นไปตาม
เอกสารแนบท้ายคำสั่ง  หมายเลข  4

                       5.  หลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือดำเนินการตามคำสั่งนี้  หากอธิบดีกรมธนารักษ์เห็นเป็นอย่างอื่น
อาจสั่งการตามที่เห็นสมควรได้

 

                        ทั้งนี้  ตั้งแต่วันที่  พฤศจิกายน  2547  เป็นต้นไป

สั่ง  ณ  วันที่  พฤศจิกายน  2547

 

              เทวัญ  วิชิตะกุล

 

           (นายเทวัญ  วิชิตะกุล)

                 รองอธิบดี  รักษาราชการแทน

             อธิบดีกรมธนารักษ์

 

 

 

 

เอกสารแนบท้ายคำสั่ง  หมายเลข  1

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง

ค่าเสื่อมอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างในที่ราชพัสดุ

                                                                                    

                     การกำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง  ค่าเสื่อมอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างในที่ราชพัสดุให้
เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

                         1.  การกำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างให้เป็นไปตามบัญชีหมายเลข  กำหนด 
มูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและรายละเอียดที่แนบ

                         2.  การกำหนดค่าเสื่อมอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างให้เป็นไปตามบัญชีหมายเลข  กำหนด 
อัตราร้อยละของค่าเสื่อมอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่แนบ

                         3.  กรณีอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างไม่เป็นไปตามรายการก่อสร้าง  หรือมีรูปแบบเฉพาะ
แตกต่างจากบัญชีหมายเลข  เช่น  ท่าเทียบเรือ  คลังเก็บเชื้อเพลิง  ฯลฯ  เป็นต้น  ให้กำหนดมูลค่าอาคาร
หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นโดยใช้วิธีการประมาณราคาก่อสร้างจริง

                                                                                                                                                                             

 

 

เอกสารแนบท้ายคำสั่ง  หมายเลข  2

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดค่าชดเชย  เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลาง

 

 

 

                         การกำหนดค่าชดเชย  เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลางให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้

                        -  ค่าชดเชย  ให้กำหนดได้ไม่เกินร้อยละ  90  ของผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ

การกำหนดผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมธนารักษ์
กำหนด

เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลาง   =   ต้นทุนก่อสร้าง    +   อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
ของธนาคารพาณิชย์ของต้นทุนก่อสร้างตามระยะเวลาก่อสร้างที่กำหนดไว้ในสัญญาก่อสร้าง  กำไรร้อยละ
ของราคาต้นทุนก่อสร้างรวมดอกเบี้ย

                        ต้นทุนก่อสร้าง  กำหนดตามบัญชีหมายเลข  กำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง 
เงินค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระตามที่กรมธนารักษ์กำหนด  ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดินระหว่าง
ก่อสร้างตามที่กรมธนารักษ์กำหนด

 

 

เอกสารแนบท้ายคำสั่ง  หมายเลข  3

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดค่าทดแทน  ค่าปรับ  ค่าเสียหาย

 

                      การกำหนดค่าทดแทน  ค่าปรับ  และค่าเสียหาย  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

                         1การกำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้ประกอบในการกำหนดค่าตอบแทน
ค่าปรับ  และค่าเสียหาย  ให้เป็นไปตามบัญชีหมายเลข  กำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง

                         2.  การกำหนดค่าเสียหายกับผู้ทำละเมิดเมื่อไม่มีการจัดให้เช่าตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ 
..  2547   ข้อ   42 (1)   ให้กำหนดจากฐานค่าเช่าโดยไม่รวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ  ที่จะต้องเรียกเก็บ
เมื่อมีการจัดให้เช่า  ค่าเสียหายอื่น ๆ (ถ้ามี)  +  ดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ยังไม่ได้รับชำระเงินค่าเช่า  และ
ค่าเสียหายอื่น ๆ ในอัตราร้อยละ  7.5  (เจ็ดจุดห้าต่อปี  (ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  224)

                        3.  การกำหนดค่าเสียหายกับผู้ทำละเมิด  เมื่อจะมีการจัดให้เช่าตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ 
..  2547  ข้อ  42(2)  ให้เรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์เท่ากับค่าเช่าและค่าเสียหายอื่น(ถ้ามี)

                        4.  การกำหนดค่าเสียหายกับผู้เช่าเดิม  เมื่อมีการผิดสัญญาแล้วบอกเลิกสัญญาเช่าตามระเบียบ
กระทรวงการคลังฯ  พ..  2547  ข้อ  43  วรรคแรก  หรือกรณีเลิกสัญญาเพื่อนำที่ราชพัสดุนั้นมาใช้ประโยชน์
ในทางราชการ

                              4.1 กรณีเช่าอาคาร
                                 ค่าเสียหาย = ค่าเช่าอาคาร (ปรับเพิ่มตามระเบียบฯ ด้วยถ้ามี ) + ค่าธรรมเนียม
การต่ออายุสัญญาเช่าอาคาร (รายปี) + ค่าเสียหายอื่นๆ (ถ้ามี) + เงินเพิ่มตามระยะเวลาที่ยังไม่ได้รับชำระ
เงินค่าเช่า ค่าธรรมเนียมและค่าเสียหายอื่น ๆ ในอัตราร้อยละ 1.5 (หนึ่งจุดห้า) ต่อเดือนของเงินที่ยังไม่ได้รับชำระ
(ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2547 ข้อ 44)

                               4.2 กรณีเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ประกอบการเกษตร หรือเพื่อสาธารณกุศลที่ไม่ได้มุ่งหา
กำไร และกรรมสิทธิ์อาคารในที่ดินที่เช่ามิได้ตกเป็นของผู้ให้เช่า
                                 ค่าเสียหาย = ค่าเช่าที่ดิน (ปรับเพิ่มตามระเบียบฯด้วยถ้ามี) + ค่าเสียหายอื่น ๆ
(ถ้ามี) + เงินเพิ่มตามระยะเวลาที่ยังไม่ได้รับชำระเงินค่าเช่าและค่าเสียหายอื่น ๆในอัตราร้อยละ 1.5 (หนึ่งจุดห้า)
ต่อเดือนของเงินที่ยังไม่ได้รับชำระ

                               4.3 กรณีเช่าที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่น และกรรมสิทธิ์อาคารในที่ดินที่เช่ามิได้ตกเป็น
ของผู้ให้เช่า
                                 ค่าเสียหาย = ค่าเช่าที่ดิน (ปรับเพิ่มตามระเบียบฯด้วยถ้ามี) + ค่าธรรมเนียมการต่อ
อายุสัญญาเช่าที่ดิน(รายปี) + ค่าเสียหายอื่น ๆ (ถ้ามี) + เงินเพิ่มตามระยะเวลาที่ยังไม่ได้รับชำระเงินค่าเช่า
ค่าธรรมเนียมและค่าเสียหายอื่น ๆ ในอัตราร้อยละ 1.5 (หนึ่งจุดห้า) ต่อเดือนของเงินที่ยังไม่ได้รับชำระ

                                4.4 กรณีเช่าที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่น และกรรมสิทธิ์อาคารในที่ดินที่เช่าตกเป็นของ
ผู้ให้เช่า เมื่อเลิกสัญญาหรือเมื่อสัญญาเช่าระงับ
                                   ค่าเสียหาย = ค่าเช่าที่ดินและค่าเช่าอาคาร (ปรับเพิ่มตามระเบียบฯ ด้วยถ้ามี) +
ค่าธรรมเนียมการต่ออายุสัญญาเช่าที่ดินและอาคาร(รายปี) + ค่าเสียหายอื่น ๆ (ถ้ามี) + เงินเพิ่มตามระยะ
เวลาที่ยังไม่ได้รับชำระเงินค่าเช่า ค่าธรรมเนียมและค่าเสียหายอื่น ๆ ในอัตราร้อยละ 1.5 (หนึ่งจุดห้า) ต่อเดือน
ของเงินที่ยังไม่ได้รับชำระ

                         5. ค่าเสียหายอื่น เช่น ความเสียหายในทรัพย์สิน หรือ ค่าเช่าที่ดินหรืออาคารอื่นที่ทางราชการ
ต้องจ่ายไปในการเช่าทดแทนการที่ไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุนั้น ฯลฯ เป็นต้น






เอกสารแนบท้ายคำสั่ง หมายเลข 4
เรื่อง
หลักเกณฑ์อนุญาตให้นำสิทธิการปลูกสร้าง หรือสิทธิการเช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ประมูลได้
ไปทำเงื่อนไขผูกพันในการกู้เงิน หรือเบิกเงินเกินบัญชี หรือค้ำประกันเงินกู้



                             การอนุญาตให้ผู้ชนะการประมูลนำสิทธิการปลูกสร้าง หรือสิทธิการเช่าอาคารหรือ
สิ่งปลูกสร้างที่ประมูลได้ไปทำเงื่อนไขผูกพันในการกู้เงิน หรือเบิกเงินเกินบัญชี หรือค้ำประกันเงินกู้ ให้เป็นไป
ตามหลักเกณฑ์ดังนี้
                             1. สิทธิการปลูกสร้าง ต้องมีทุนทรัพย์ในการก่อสร้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณา
กำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่กรมธนารักษ์กำหนดไม่ต่ำกว่าสามล้านบาท
                             2. สิทธิการเช่า ต้องมีมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณา
กำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเมื่อหักค่าเสื่อมแล้วไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท