คำสั่งกรมธนารักษ์
ที่ 203/2547
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างค่าเสื่อมอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
ค่าชดเชย เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลาง ค่าทดแทน ค่าปรับ ค่าเสียหาย และ
หลักเกณฑ์การอนุญาตให้นำสิทธิการปลูกสร้างหรือสิทธิการเช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ประมูลได้
ไปทำเงื่อนไขผูกพันในการกู้เงิน หรือเบิกเงินเกินบัญชี หรือค้ำประกันเงินกู้
ด้วยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2547 ซึ่งได้
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 121 ตอนพิเศษ 50 ง.วันที่ 3 พฤษภาคม 2547
ข้อ 4 และข้อ 10 (4) ได้กำหนดให้การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดมูลค่าอาคารหรือ
สิ่งปลูกสร้าง ค่าเสื่อมอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ค่าชดเชย เงินค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลาง ค่าทดแทน
ค่าปรับ ค่าเสียหาย และหลักเกณฑ์การอนญาตให้สิทธิการปลูกสร้างหรือสิทธิการเช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
ที่ประมูลได้ไปทำเงื่อนไขผูกพันในการกู้เงิน หรือเบิกเงินเกินบัญชี หรือค้ำประกันเงินกู้ให้ออกเป็นคำสั่ง
กรมธนารักษ์
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ
พ.ศ. 2547 ข้อ 4 และข้อ 10(4) กรมธนารักษ์จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
1. หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ค่าเสื่อมอาคารหรือ
สิ่งปลูกสร้างให้เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายคำสั่ง หมายเลข 1
2. หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดค่าชดเชย เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคา
ปานกลางให้เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายคำสั่ง หมายเลข 2
3. หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดค่าทดแทน ค่าปรับ และค่าเสียหายให้เป็นไปตาม
เอกสารแนบท้ายคำสั่ง หมายเลข 3
4. หลักเกณฑ์การอนุญาตให้นำสิทธิการปลูกสร้างหรือสิทธิการเช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
ประมูลได้ ไปทำเงื่อนไขผูกพันในการกู้เงิน หรือเบิกเงินเกินบัญชี หรือค้ำประกันเงินกู้ให้เป็นไปตาม
เอกสารแนบท้ายคำสั่ง หมายเลข 4
5. หลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือดำเนินการตามคำสั่งนี้ หากอธิบดีกรมธนารักษ์เห็นเป็นอย่างอื่น
อาจสั่งการตามที่เห็นสมควรได้
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2547 เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2547
เทวัญ วิชิตะกุล
(นายเทวัญ วิชิตะกุล)
รองอธิบดี รักษาราชการแทน
อธิบดีกรมธนารักษ์
เอกสารแนบท้ายคำสั่ง หมายเลข 1
เรื่อง
หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
ค่าเสื่อมอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างในที่ราชพัสดุ
การกำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ค่าเสื่อมอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างในที่ราชพัสดุให้
เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1. การกำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างให้เป็นไปตามบัญชีหมายเลข 1 กำหนด
มูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและรายละเอียดที่แนบ
2. การกำหนดค่าเสื่อมอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างให้เป็นไปตามบัญชีหมายเลข 2 กำหนด
อัตราร้อยละของค่าเสื่อมอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่แนบ
3. กรณีอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างไม่เป็นไปตามรายการก่อสร้าง หรือมีรูปแบบเฉพาะ
แตกต่างจากบัญชีหมายเลข 1 เช่น ท่าเทียบเรือ คลังเก็บเชื้อเพลิง ฯลฯ เป็นต้น ให้กำหนดมูลค่าอาคาร
หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นโดยใช้วิธีการประมาณราคาก่อสร้างจริง
เอกสารแนบท้ายคำสั่ง หมายเลข 2
เรื่อง
หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดค่าชดเชย เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลาง
การกำหนดค่าชดเชย เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลางให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
- ค่าชดเชย ให้กำหนดได้ไม่เกินร้อยละ 90 ของผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ
การกำหนดผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมธนารักษ์
กำหนด
- เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลาง = ต้นทุนก่อสร้าง + อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
ของธนาคารพาณิชย์ของต้นทุนก่อสร้างตามระยะเวลาก่อสร้างที่กำหนดไว้ในสัญญาก่อสร้าง + กำไรร้อยละ 5
ของราคาต้นทุนก่อสร้างรวมดอกเบี้ย
ต้นทุนก่อสร้าง กำหนดตามบัญชีหมายเลข 1 กำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง +
เงินค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระตามที่กรมธนารักษ์กำหนด + ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดินระหว่าง
ก่อสร้างตามที่กรมธนารักษ์กำหนด
เอกสารแนบท้ายคำสั่ง หมายเลข 3
เรื่อง
หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดค่าทดแทน ค่าปรับ ค่าเสียหาย
การกำหนดค่าทดแทน ค่าปรับ และค่าเสียหาย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1. การกำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้ประกอบในการกำหนดค่าตอบแทน
ค่าปรับ และค่าเสียหาย ให้เป็นไปตามบัญชีหมายเลข 1 กำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
2. การกำหนดค่าเสียหายกับผู้ทำละเมิดเมื่อไม่มีการจัดให้เช่าตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ
พ.ศ. 2547 ข้อ 42 (1) ให้กำหนดจากฐานค่าเช่าโดยไม่รวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่จะต้องเรียกเก็บ
เมื่อมีการจัดให้เช่า + ค่าเสียหายอื่น ๆ (ถ้ามี) + ดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ยังไม่ได้รับชำระเงินค่าเช่า และ
ค่าเสียหายอื่น ๆ ในอัตราร้อยละ 7.5 (เจ็ดจุดห้า) ต่อปี (ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224)
3. การกำหนดค่าเสียหายกับผู้ทำละเมิด เมื่อจะมีการจัดให้เช่าตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ
พ.ศ. 2547 ข้อ 42(2) ให้เรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์เท่ากับค่าเช่าและค่าเสียหายอื่น(ถ้ามี)
4. การกำหนดค่าเสียหายกับผู้เช่าเดิม เมื่อมีการผิดสัญญาแล้วบอกเลิกสัญญาเช่าตามระเบียบ
กระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2547 ข้อ 43 วรรคแรก หรือกรณีเลิกสัญญาเพื่อนำที่ราชพัสดุนั้นมาใช้ประโยชน์
ในทางราชการ
4.1 กรณีเช่าอาคาร
ค่าเสียหาย = ค่าเช่าอาคาร (ปรับเพิ่มตามระเบียบฯ ด้วยถ้ามี ) + ค่าธรรมเนียม
การต่ออายุสัญญาเช่าอาคาร (รายปี) + ค่าเสียหายอื่นๆ (ถ้ามี) + เงินเพิ่มตามระยะเวลาที่ยังไม่ได้รับชำระ
เงินค่าเช่า ค่าธรรมเนียมและค่าเสียหายอื่น ๆ ในอัตราร้อยละ 1.5 (หนึ่งจุดห้า) ต่อเดือนของเงินที่ยังไม่ได้รับชำระ
(ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2547 ข้อ 44)
4.2 กรณีเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ประกอบการเกษตร หรือเพื่อสาธารณกุศลที่ไม่ได้มุ่งหา
กำไร และกรรมสิทธิ์อาคารในที่ดินที่เช่ามิได้ตกเป็นของผู้ให้เช่า
ค่าเสียหาย = ค่าเช่าที่ดิน (ปรับเพิ่มตามระเบียบฯด้วยถ้ามี) + ค่าเสียหายอื่น ๆ
(ถ้ามี) + เงินเพิ่มตามระยะเวลาที่ยังไม่ได้รับชำระเงินค่าเช่าและค่าเสียหายอื่น ๆในอัตราร้อยละ 1.5 (หนึ่งจุดห้า)
ต่อเดือนของเงินที่ยังไม่ได้รับชำระ
4.3 กรณีเช่าที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่น และกรรมสิทธิ์อาคารในที่ดินที่เช่ามิได้ตกเป็น
ของผู้ให้เช่า
ค่าเสียหาย = ค่าเช่าที่ดิน (ปรับเพิ่มตามระเบียบฯด้วยถ้ามี) + ค่าธรรมเนียมการต่อ
อายุสัญญาเช่าที่ดิน(รายปี) + ค่าเสียหายอื่น ๆ (ถ้ามี) + เงินเพิ่มตามระยะเวลาที่ยังไม่ได้รับชำระเงินค่าเช่า
ค่าธรรมเนียมและค่าเสียหายอื่น ๆ ในอัตราร้อยละ 1.5 (หนึ่งจุดห้า) ต่อเดือนของเงินที่ยังไม่ได้รับชำระ
4.4 กรณีเช่าที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่น และกรรมสิทธิ์อาคารในที่ดินที่เช่าตกเป็นของ
ผู้ให้เช่า เมื่อเลิกสัญญาหรือเมื่อสัญญาเช่าระงับ
ค่าเสียหาย = ค่าเช่าที่ดินและค่าเช่าอาคาร (ปรับเพิ่มตามระเบียบฯ ด้วยถ้ามี) +
ค่าธรรมเนียมการต่ออายุสัญญาเช่าที่ดินและอาคาร(รายปี) + ค่าเสียหายอื่น ๆ (ถ้ามี) + เงินเพิ่มตามระยะ
เวลาที่ยังไม่ได้รับชำระเงินค่าเช่า ค่าธรรมเนียมและค่าเสียหายอื่น ๆ ในอัตราร้อยละ 1.5 (หนึ่งจุดห้า) ต่อเดือน
ของเงินที่ยังไม่ได้รับชำระ
5. ค่าเสียหายอื่น เช่น ความเสียหายในทรัพย์สิน หรือ ค่าเช่าที่ดินหรืออาคารอื่นที่ทางราชการ
ต้องจ่ายไปในการเช่าทดแทนการที่ไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุนั้น ฯลฯ เป็นต้น
เอกสารแนบท้ายคำสั่ง หมายเลข 4
เรื่อง
หลักเกณฑ์อนุญาตให้นำสิทธิการปลูกสร้าง หรือสิทธิการเช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ประมูลได้
ไปทำเงื่อนไขผูกพันในการกู้เงิน หรือเบิกเงินเกินบัญชี หรือค้ำประกันเงินกู้
การอนุญาตให้ผู้ชนะการประมูลนำสิทธิการปลูกสร้าง หรือสิทธิการเช่าอาคารหรือ
สิ่งปลูกสร้างที่ประมูลได้ไปทำเงื่อนไขผูกพันในการกู้เงิน หรือเบิกเงินเกินบัญชี หรือค้ำประกันเงินกู้ ให้เป็นไป
ตามหลักเกณฑ์ดังนี้
1. สิทธิการปลูกสร้าง ต้องมีทุนทรัพย์ในการก่อสร้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณา
กำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่กรมธนารักษ์กำหนดไม่ต่ำกว่าสามล้านบาท
2. สิทธิการเช่า ต้องมีมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณา
กำหนดมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเมื่อหักค่าเสื่อมแล้วไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท
|