ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๗

ระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ

พ.ศ. ๒๕๔๗

( ยกเลิกแล้ว -๓๐ กันยายน ๒๕๕๒)

 __________________________

               โดยที่เป็นการสมควรรวบรวม และปรับปรุง แก้ไขระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุเสียใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

                อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๒๖, ๒๗ และข้อ ๓๐ แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับ
ที่ราชพัสดุ  พ.ศ.๒๕๔๕ กระทรวงการคลังจึงกําหนด ระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

                 ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า  “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ใน    ที่ราชพัสดุพ.ศ.๒๕๔๗ ”

                 ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                 ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

                 (๑) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๒๗

                 (๒) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ๒)  พ.ศ. ๒๕๓๐

                 (๓) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ๓)  พ.ศ. ๒๕๓๑

                 (๔)ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ๔)   พ.ศ. ๒๕๓๒

                 (๕) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ๕)  พ.ศ. ๒๕๓๔

                 (๖) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ๖)  พ.ศ. ๒๕๔๖

                 (๗)  ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการพัฒนาที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๔

                 (๘)  ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยวิธีประมูลจัดให้เช่าที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘

                บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคําสั่งอื่นใดที่กําหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

                 ระเบียบนี้ ไม่ใช้บังคับกับการจัดให้เช่าที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมตามข้อ ๒๓
วรรคท้ายแห่งกฎกระทรวง 

                 ข้อ ๔ สัญญาเช่าและเงื่อนไขในสัญญาเช่า   ให้เป็นไปตามแบบสัญญาแนบท้ายระเบียบนี้

                 หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากําหนดค่าเช่า     ค่าธรรมเนียม     มูลค่าอาคาร     หรือสิ่งปลูกสร้าง ค่าเสื่อมอาคาร  หรือสิ่งปลูกสร้าง   ค่าชดเชย
   เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลาง   ค่าทดแทน   ค่าปรับ   และ  ค่าเสียหายให้เป็นไปตามคําสั่งกรมธนารักษ์       รายละเอียดเพิ่มเติม >>

                  ข้อ ๕ กรณีที่มีปัญหาอันเนื่องมาจากไม่อาจปฏิบัติตามระเบียบนี้ หรือไม่ได้กําหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ปฏิบัติดังนี้ 
                   (๑) ให้รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านทรัพย์สิน วินิจฉัย   ชี้ขาดหรือพิจารณาสั่งการ ในกรณีที่เป็นการกําหนดเงื่อนไขและค่าตอบแทนในการจัดให้บริษัทที่แปรรูปจากรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยทุนรัฐวิสาหกิจใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ
หรือกรณีคู่สัญญาหรือผู้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุเป็นรัฐวิสาหกิจหรือองค์กรอื่นของรัฐ 
                    (๒) นอกเหนือจากกรณีตาม (๑) ให้อธิบดีกรมธนารักษ์วินิจฉัยชี้ขาด หรือพิจารณาสั่งการ

                    ข้อ ๖ ให้อธิบดีกรมธนารักษ์รักษาการตามระเบียบนี้

                                      

     หมวด ๑

ข้อความทั่วไป


                    ข้อ ๗ ในระเบียบนี้ 
                     (๑) “รัฐมนตรี” หมายถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และให้รวมถึงบุคคลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายด้วย 
                     (๒) “อธิบดี” หมายถึง อธิบดีกรมธนารักษ์ และให้รวมถึงบุคคลที่อธิบดีกรมธนารักษ์มอบหมายด้วย 
                     (๓) “ผู้ว่าราชการจังหวัด” หมายถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่ และให้รวมถึงบุคคลที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายด้วย 
                     (๔) “กฎกระทรวง” หมายถึง กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕ 
                     (๕) “ส่วนราชการ” หมายความถึง ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม 
                     (๖) “หน่วยงานของรัฐ” หมายความถึง หน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและอยู่ในกํากับของราชการฝ่ายบริหาร 
                      (๗) “องค์กรอื่นของรัฐ” หมายความถึง องค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนหรือกฎหมายที่จัดตั้งเฉพาะ 
                      (๘) “การจัดให้เช่า” หมายถึง การจัดให้เช่าที่ราชพัสดุตามกฎกระทรวง 
                     (๙) “ผู้มีอํานาจจัดให้เช่า” หมายถึง อธิบดี หรือ ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี 
                     (๑๐) “การจัดทําสัญญาต่างตอบแทนอื่น” หมายถึง การจัดหาประโยชน์โดยวิธีอื่นนอกเหนือจากการจัดให้เช่าตามกฎกระทรวง 
                     (๑๑) “การเกษตร” หมายถึง การทําไร่ ทํานา ปลูกพืชสวน พืชผัก เลี้ยงสัตว์ และการเกษตรอื่น ความหมายของการทําไร่ ทํานา ปลูกพืชสวน พืชผัก
เลี้ยงสัตว์ และการเกษตรอื่น รวมทั้งกําหนดเวลาให้ผลผลิตของพืชสวน ให้เป็นไปตามคําสั่งของกรมธนารักษ์
                      (๑๒) “ตึกแถว” หมายถึง อาคารที่ปลูกสร้างด้วยวัสดุถาวรทนไฟเป็นส่วนใหญ่ และติดต่อกันเป็นแถวตั้งแต่สองคูหาขึ้นไป 
                      (๑๓) “ห้องแถว” หมายถึง อาคารที่ปลูกสร้างด้วยไม้หรือวัสดุไม้ทนไฟเป็นส่วนใหญ่ และติดต่อกันเป็นแถวตั้งแต่สองคูหาขึ้นไป 
                      (๑๔) “อาคารพาณิชย์” หมายถึง อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการพาณิชยกรรมและบริการธุรกิจ 
                       (๑๕) “อาคารที่พักอาศัย” หมายถึง อาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ 
                       (๑๖) “อาคารแถวอยู่อาศัย” หมายถึง อาคารที่พักอาศัยโดยเฉพาะ ซึ่งปลูกสร้างด้วยวัสดุถาวรทนไฟเป็นส่วนใหญ่ และติดต่อกันเป็นแถว 
                       (๑๗) “โรงงานอุตสาหกรรม” หมายถึง อาคารที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่ผลิตสิ่งของเพื่อให้เป็นสินค้า โดยใช้เครื่องจักรเป็นปัจจัยหรือไม่ก็ตาม
และรวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานด้วย 
                       (๑๘) “อาคารสูง” หมายถึง อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ โดยมีความสูงของอาคารตั้งแต่ ๒๓ เมตรขึ้นไป การวัดความสูงของอาคาร
ให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สําหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นที่ดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด 
                       (๑๙) “อาคารขนาดใหญ่” หมายถึง อาคารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันเกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร หรืออาคารที่มีความสูงตั้งแต่
๑๕ เมตรขึ้นไป และมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันเกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร 
                        (๒๐) “อาคารขนาดใหญ่พิเศษ” หมายถึง อาคารที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการประเภทเดียว
หรือหลายประเภท โดยมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร ขึ้นไป 
                        (๒๑) “อาคารที่พักแรม” หมายถึง อาคารที่ปลูกสร้างด้วยไม้หรือวัสดุอื่นลักษณะถาวร ทนไฟ และใช้เพื่อประกอบธุรกิจในการให้บริการที่พักแรมแก่บุคคล
ทั่วไป 
                          (๒๒) “คลังสินค้า” หมายถึง อาคารที่ปลูกสร้างด้วยวัสดุถาวรทนไฟเป็นส่วนใหญ่เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บวัสดุ สินค้า หรือพืชผลทางการเกษตร 
                          (๒๓) “เนื้อที่ใช้สอยภายในอาคาร” หมายถึง พื้นที่ของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่บุคคลเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยประโยชน์ได้ภายในขอบเขตของศูนย์กลาง
โครงสร้างหรือผนังอาคาร ซึ่งเป็นพื้นที่สําหรับนําไปคํานวณอัตราค่าเช่าและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามระเบียบนี้ 
                           (๒๔) “เนื้อที่ใช้สอยภายนอกอาคาร” หมายถึง พื้นที่ภายใต้ชายคา กันสาด ระเบียงหรือพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งเป็นพื้นที่สําหรับนําไปคํานวณอัตราค่าเช่าและ
ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามระเบียบนี้ ยกเว้นพื้นที่ว่างที่ต้องเว้นไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พื้นที่ดาดฟ้าที่ไม่มีบันไดขึ้น – ลง และบันไดหนีไฟนอกตัวอาคาร 
                            (๒๕) “เนื้อที่ปลูกสร้าง” หมายถึง ที่ดินเฉพาะส่วนที่ใช้ปลูกสร้างอาคารซึ่งรวมถึงพื้นที่อาคารส่วนที่คลุมที่ดินใต้ชายคา ระเบียง กันสาด และส่วนยื่น
ทางสถาปัตยกรรม แต่ทั้งนี้ไม่รวมที่ดินซึ่งต้องเว้นไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือเพื่อใช้ประโยชน์ในขณะก่อสร้าง

                           (๒๖) “ชั้นลอย” หมายถึง พื้นระหว่างชั้นของห้องในอาคารซึ่งระยะดิ่งระหว่างพื้นถึงพื้นอีกชั้นหนึ่งตั้งแต่ ๕.๐๐ เมตรขึ้นไป โดยพื้นชั้นลอยต้องม
ีเนื้อที่ไม่เกินร้อยละสี่สิบของเนื้อที่ห้อง ระยะดิ่งระหว่างพื้นชั้นลอยถึงพื้นอีกชั้นหนึ่งต้องไม่น้อยกว่า ๒.๔๐ เมตร และระยะดิ่งระหว่างพื้นห้องถึงพื้นชั้นลอยต้องไม่
น้อยกว่า ๒.๔๐ เมตรด้วย 
                             (๒๗) “ราคาที่ดิน” หมายถึง ราคาที่ดินตามบัญชีกําหนดราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตาม
ประมวลกฎหมายที่ดิน

                             ในกรณีที่ดินราชพัสดุแปลงใดที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ตามวรรคแรก ให้เทียบเคียงกับราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินแปลงบริเวณใกล้เคียง
ที่มีทําเลที่ตั้งคล้ายกันเป็นราคาที่ดิน 
                              (๒๘) “มูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง” หมายถึง มูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ 
                              (๒๙) “ค่าชดเชย” หมายถึง ค่าจัดซื้อที่ดิน ค่าก่อสร้างอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างให้แก่ทางราชการรวมทั้งค่ารื้อถอนขนย้าย ทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ที่จําเป็นเพื่อการจัดหาประโยชน์ใน
ที่ราชพัสดุ 
                              (๓๐) “เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลาง” หมายถึง เงินค่าก่อสร้างตามบัญชีราคาค่าก่อสร้าง ค่าสาธารณูปโภคที่กําหนดขึ้นเพื่อประเมิน
ให้ผู้เช่าเดิมหรือผู้ได้รับสิทธิการเช่าอาคารต้องจ่ายให้แก่ผู้ลงทุนปลูกสร้างอาคาร โดยคํานึงถึงต้นทุนการก่อสร้างรวมกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และกําไร  

                            ข้อ ๘ ในการเก็บรักษาหลักประกันตามระเบียบนี้ ให้ถือปฏิบัติดังนี้ 
                             (๑) เงินสดให้นําส่งคลังเป็นประเภทเงินฝาก 
                             (๒) พันธบัตรหรือหนังสือค้าประกันให้เก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย ในกรุงเทพมหานครให้เก็บรักษาไว้ ณ กรมธนารักษ์ ส่วนจังหวัดอื่นให้เก็บรักษาไว้
ณ สํานักงานธนารักษ์พื้นที่


                                          หมวด ๒
                                การจัดให้เช่าและเงื่อนไขการเช่า

                         ข้อ ๙ การจัดให้เช่าโดยวิธีประมูล ให้กําหนดเงื่อนไขดังนี้ 
                          (๑) อัตราค่าเช่าค่าธรรมเนียมการจัดใหเช่าหรือค่าธรรมเนียมการจัดหาประโยชน์ต้องไม่ต่ำกว่าหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาที่กําหนดไว้ในข้อ ๔ วรรคสอง 
                           (๒) กําหนดระยะเวลาให้ผู้ประมูลได้ชําระเงินผลประโยชน์ที่เสนอให้ทางราชการให้เสร็จสิ้นภายใน ๔๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ทางราชการได้แจ้งให้ทราบ
ว่าเป็นผู้ประมูลได้ หากไม่ชําระภายในกําหนดให้ริบหลักประกันซอง
                         การปะกาศกําหนดระยะเวลา ๔๕ วันตามวรรคแรก หากอธิบดีเห็นสมควรอาจกําหนดระยะเวลามากกว่า ๔๕ วันก็ได้ 
                          (๓) ค่าชดเชยในกรณีที่จําเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย 
                          (๔) เงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่กรมธนารักษเห็นสมควรเพื่อประโยชน์ในทางราชการ  ส่วนวิธีการประมูลให้ดําเนินการตามที่กําหนดไว้ในหมวด ๔
                         ข้อ ๑๐ การประมูลเพื่อปลูกสร้างหรือจัดให้เช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตามข้อ ๑๓ ให้กําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมจากข้อ ๙ ดังนี้ 
                          (๑) ให้สิทธิการเช่ามีกําหนดเวลาไม่เกิน ๓๐ ปี นับแต่วันลงนามในสัญญาเช่า 
                          (๒) ผู้ให้เช่าจะประกันวินาศภัยอาคารในอัตราไม้ต่ำากว่ามูลค่าอาคาร ในนามกระทรวงการคลัง เป็นผู้เอาประกันและเป็นผู้รับประโยชน์ตลอดอายุสัญญาเช่า โดยผู้เช่าเป็นผู้ชําระเบี้ยประกันภัยแทนผู้ให้เช่าทั้งสิ้นในกรณีสิ่งปลูกสร้างอื่นนอกจากอาคาร หากอธิบดีเห็นสมควรจะให้ประกันวินาศภัยด้วยก็ได้ 
                          (๓) ผู้เช่าต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบํารุงท้องที่ หรือภาษีอื่นใด ตลอดจน ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้
หรือหากมีต่อไปในภายหน้าแทนผู้ให้เช่าทั้งสิ้น 
                          (๔) ห้ามนําสิทธิการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือสิทธิการเช่าที่ประมูลได้ไปทําเงื่อนไขผูกพันในการกู้เงิน หรือเบิกเงินเกินบัญชี หรือค้ำ
ประกันเงินกู้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากกรมธนารักษ์ 
                         หลักเกณฑ์การอนุญาตตามวรรคแรกให้ออกเป็นคําสั่งกรมธนารักษ์ รายละเอียดเพิ่มเติม >>
                         (๕) ให้กรรมสิทธิ์อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตกเป็นของกระทรวงการคลัง ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในสัญญาแนบท้ายระเบียบนี้
                        ข้อ ๑๑ การจัดให้เช่าโดยไม่ต้องประมูล ให้กําหนดเงื่อนไขแต่เฉพาะตามข้อ ๙ (๑) และ ๙ (๔) แต่ถ้าเป็นการจัดให้เช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตามข้อ ๑๓
ให้กําหนดเงื่อนไขตามข้อ ๑๐ เพิ่มเติม
                        สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่สามารถปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง หากประสงค์จะให้ผู้อื่นเป็นผู้ลงทุนปลูกสร้างต้องดําเนินการหาผู้ลงทุนปลูกสร้างโดยวิธีประมูลตามเงื่อนไขข้อ ๙ โดยอนุโลม
                      ข้อ ๑๒ ที่ดินราชพัสดุแปลงใดมีขนาดหรือจํานวนเนื้อที่ ไม้เพียงพอหรือไม่สามารถปลูกสร้างอาคารได้ตามกฎหมายที่ว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือข้อ
บัญญัติท้องถิ่น ให้เจ้าของที่ดินที่อยู่ติดกับ ที่ดินราชพัสดุแปลงนี้มีสิทธิเช่าก่อนโดยไม่ต้องประมูล เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ราชพัสดุตามกฎกระทรวงข้อ
๒๖ (๘) และถ้าเป็นกรณีการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างคาบเกี่ยวกับที่ราชพัสดุให้เป็นดุลพินิจของอธิบดีที่จะกําหนดเงื่อนไขการยกกรรมสิทธิ์อาคารที่ปลูกสร้างและ
กําหนดเงื่อนไขการเช่าอื่นตามที่เห็นสมควร โดยคํานึงถึงสภาพทําเลและประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับเป็นสําคัญ
                         ข้อ ๑๓ อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะหรือใช้ในกิจการดังต่อไปนี้ ต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง 
                          (๑) อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่อาคารขนาดใหญ่พิเศษ 
                          (๒) ตึกแถว ห้องแถว อาคารพาณิชย์ อาคารแถวอยู่อาศัย 
                          (๓) โรงงานอุตสาหกรรม 
                          (๔) โรงมหรสพ 
                          (๕) โรงแรมหรืออาคารที่พักแรม 
                          (๖) ท่าเรือ 
                          (๗) คลังสินค้า 
                          (๘) โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล 
                          (๙) โรงรับจํานํา ธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทประกันภัย อาคารสํานักงาน 
                          (๑๐) ตลาด 
                          (๑๑) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงหรือแก๊ส 
                          (๑๒) อาคารสถานีขนส่งหรืออาคารจอดรถ 
                          (๑๓) สโมสร สมาคม 
                          (๑๔) อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างถาวรอื่นที่ใช้ประโยชน์ต่อเนื่องลักษณะเดียวกันกับอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ตาม (๑) – (๑๓) 
                          (๑๕) อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นที่อธิบดีจะประกาศเพิ่มเติมเป็นคราว ๆ ไป 
                          อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะหรือใช้ในกิจการดังต่อไปนี้ต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังเมื่อเลิกสัญญาเช่า เลิกใช้เพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์การเช่าหรือทางราชการมีความประสงค์จะใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์ของรัฐ 
                           (๑) โรงเรียน 
                           (๒) มูลนิธิ 
                           (๓) อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นที่อธิบดีจะประกาศเพิ่มเติมเป็นคราว ๆ ไป 
                         ข้อ๑๔ ให้เรียกเก็บหลักประกันการเช่าที่ราชพัสดุจากผู้เช่าในอัตรา 
                          (๑) สัญญาเช่าที่ดินให้เก็บเท่ากับค่าเช่า ๑ ปี 
                          (๒) สัญญาเช่าอาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่น ให้เก็บเท่ากับค่าเช่า ๓ เดือน 
                          หลักประกันการเช่าตาม (๑) และ (๒) จะใช้เงินสด เช็คเงินสด พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจหรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ภายใน
ประเทศก็ได้
                         ความในวรรคแรกไม่ใช้บังคับกับกรณีขององค์กรอื่นของรัฐ รัฐวิสาหกิจซึ่งเช่าโดยไม่มีการประมูล หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเช่าที่ราชพัสดุ
                         ข้อ ๑๕ กรณีผู้ได้สิทธิการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาก่อสร้างอาคาร ยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังมาโดยการประมูล ขออนุญาตเปลี่ยนแปลงรายการก่อสร้างในระหว่างการก่อสร้างให้นํามูลค่าของวัสดุที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นและลดลงในคราวเดียวกันหักลบกันได้ หากมูลค่าของ
อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างลดลงให้เรียกเก็บเงินทดแทนราคาที่ลดลงนั้นด้วย
                        ข้อ ๑๖ กรณีผู้เช่าเดิมที่ได้รับสิทธิการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง ขออนุญาตเปลี่ยน
แปลงการก่อสร้างในระหว่างการก่อสร้างให้ นํามูลค่าที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นและลดลงในคราวเดียวกันหักลบกันได้ หากมูลค่าลดลงไม่เรียกเก็บราคามูลค่าส่วนที่ลดลง
                       ข้อ ๑๗ กรณีผู้เช่าต้องซ่อมแซมปรับปรุงอาคารตามเงื่อนไขในสัญญาเช่าหรือผู้เช่าขออนุญาตเปลี่ยนแปลง รื้อถอน ดัดแปลงอาคาร ให้นํามูลค่าของวัสด
ุที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นและลดลงในคราวเดียวกันหักลบกันได้ แต่หากมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างลดลงให้เรียกเก็บเงินทดแทนราคาที่ลดลงนั้นด้วย

                                                 หมวด ๓
                                  วิธีการจัดให้เช่าและระยะเวลาเช่า


             ข้อ ๑๘ การจัดให้เช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัยขึ้นใหม่ให้ดําเนินการ ดังนี้
                              (๑) ให้ผู้มีอํานาจในการจัดให้เช่าดําเนินการให้มีการปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ ที่ทําการของผู้มีอํานาจในการจัดให้เช่า สํานักงานธนารักษ์พื้นที่
สํานักงานเขต หรือ ที่ว่าการอําเภอหรือกิ่งอําเภอ แล้วแต่กรณีซึ่งที่ราชพัสดุแปลงที่จะจัดให้เช่าตั้งอยู่ รวมทั้งบริเวณที่ราชพัสดุที่จะจัดให้เช่า
                              (๒) ให้จัดการให้เช่าเพื่ออยู่อาศัยตามลําดับก่อนและหลัง ดังนี้
                                            (๒.๑) ผู้ที่อยู่อาศัยในที่ดินแปลงที่จัดให้เช่ามาแต่เดิมโดยชอบหรือสุจริต
                                            (๒.๒) ผู้เดือดร้อนที่อยู่อาศัยเพราะถูกขับไล่หรือถูกไฟไหม้ที่อยู่อาศัย
                                            (๒.๓) ข้าราชการและพนักงานลูกจ้างของส่วนราชการ
                                            (๒.๔) พนักงานลูกจ้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
                                            (๒.๕) พนักงานลูกจ้างหน่วยงานของรัฐหรือ องค์กรอื่นของรัฐ
                                            (๒.๖) ผู้ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง
                              (๓) ให้จัดสรรที่ดินให้กับผู้เช่าได้ไม่เกิน ๑๐๐ ตารางวา ต่อครอบครัว แต่หากมีเหตุผลและความจําเป็น อธิบดีอาจพิจารณาจัดให้เช่าเกินกว่า ๑๐๐ ตารางวา
ก็ได้
             ความในข้อนี้ไม่ใช้บังคับกรณีการจัดให้ผู้เช่าเดิมที่ทางราชการบอกเลิกสัญญาเช่าไปแล้วหรือทายาทผู้เช่าเดิมหรือผู้ได้กรรมสิทธิ์ซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินราชพัสดุ
ที่จัดให้เช่าเพื่ออยู่อาศัยมาก่อนแล้วได้รับสิทธิการเช่าต่อไป
             ข้อ ๑๙ กรณีการเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัย เพื่อประกอบการเกษตร หรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นและกรณีการเช่าอาคาร ถ้าผู้เช่าขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การเช่าหรือ
ขอปลูกสร้างอาคารเพื่อยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง ให้เป็นดุลพินิจของอธิบดีที่จะพิจารณาอนุญาตได้โดยให้คํานึงถึงสภาพทําเลและผลประโยชน์ที่ทางราชการจะ
ได้รับเป็นสําคัญ
              ข้อ ๒๐ กรณีสัญญาเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัยระงับเพราะอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ของผู้เช่าถูกเพลิงไหม้ ถ้าผู้เช่าเดิมประสงค์จะขอเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัยต่อ
ไปให้เป็นดุลพินิจของอธิบดีที่จะพิจารณาอนุญาตได้ แต่ถ้าสภาพหรือทําเลของที่ดินสมควรทําการปรับปรุงปลูกสร้างอาคารเพื่อยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังให้
ปฏิบัติดังนี้

                              (๑) ถ้าผู้เช่าเดิมประสงค์จะขอปลูกสร้างและยินยอมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กําหนดให้อนุญาตให้ผู้เช่าเดิมเป็นผู้ได้รับสิทธิ
                              (๒) ถ้าผู้เช่าเดิมไม่สามารถปลูกสร้างหรือไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กําหนด ให้ดําเนินการเปิดประมูลหาผู้ลงทุน
ปลูกสร้างอาคารเป็นการทั่วไป และให้ผู้เช่าเดิมได้รับสิทธิการเช่าอาคารก่อนบุคคลอื่นรายละ ๑ คูหา โดยผู้เช่าเดิมต้องเสียเงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลางให้ผู้
ประมูลได้ตามที่กรมธนารักษ์จะกําหนด
               ข้อ ๒๑ ระยะเวลาเช่าที่ราชพัสดุให้มีกําหนดไม่เกิน ๓๐ ปี
ความในวรรคแรกมิให้ใช้บังคับในกรณีการจัดให้เช่าเป็นการชั่วคราวตามความในกฎกระทรวง ข้อ ๒๕ ซึ่งระยะเวลาเช่าให้เป็นไปตามที่ตกลงกับกระทรวง ทบวง กรม
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สงวนที่ราชพัสดุนั้นไว้

               ข้อ ๒๒ ในกรณีที่สัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุสิ้นสุดลงในวันหรือหลังวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีอํานาจอนุมัติต่อสัญญาเช่าได้ ไม่เกินกําหนดระยะเวลาเช่า
ที่ดินตามข้อ ๒๑
               ข้อ ๒๓ ในกรณีที่สัญญาเช่าอาคารราชพัสดุสิ้นสุดลงในวันหรือหลังวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีอํานาจอนุมัติต่อสัญญาเช่าได้ครั้งละไม่เกิน ๕ ปี ถ้า
ผู้เช่าประสงค์จะขอต่อสัญญาเช่าเกินกว่ากําหนดเวลาดังกล่าว ให้อธิบดีพิจารณาอนุมัติได้ตามความเหมาะสม
                ข้อ ๒๔ กรณีที่สัญญาเช่าที่ราชพัสดุสิ้นสุดลง หากเห็นสมควรให้ต่อสัญญาเช่าต่อไป ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

                               (๑) ถ้าผู้เช่าครอบครองสถานที่เช่าอยู่ในขณะที่สัญญาเช่าสิ้นสุด ให้ผู้เช่าเป็นผู้ได้รับสิทธิการเช่า
                               (๒) ถ้าผู้เช่านําที่ราชพัสดุไปให้เช่าช่วงโดยได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ให้ถือว่าผู้เช่า ยังคงครอบครองสถานที่เช่านั้นและให้เป็นผู้ได้รับสิทธิการเช่า
              กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เช่าและนําที่ราชพัสดุไปจัดหาประโยชน์ตามอํานาจหน้าที่ ให้เป็นดุลพินิจของอธิบดีที่จะพิจารณาให้องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น หรือผู้เช่า หรือผู้ครอบครองสถานที่เช่าเป็นผู้เช่าก็ได้ โดยคํานึงถึงความจําเป็นและเหมาะสม รวมทั้งผลประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับเป็นสําคัญ

                                              หมวด ๔
                                 วิธีการประมูลจัดให้เช่าที่ราชพัสดุ

                                                                                                                                                      ส่วนที่ ๑ 
                                                                                                                                                     กรรมการ 
                ข้อ ๒๕ ให้ผู้มีอํานาจในการจัดให้เช่าแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้ คือ
                                (๑) คณะกรรมการรับและเปิดซองประมูล
                                (๒) คณะกรรมการพิจารณาผลการประมูล
               ข้อ ๒๖ คณะกรรมการตามข้อ ๒๕ แต่ละคณะให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน โดยให้แต่งตั้งจากข้าราชการในสังกัด
กรมธนารักษ์ตั้งแต่ระดับ ๓ หรือเทียบเท่าขึ้นไป ในกรณีจําเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการจะแต่งตั้งข้าราชการจากหน่วยงานอื่นในสังกัดกระทรวงการคลัง
หรือส่วนราชการอื่นร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้ แต่จะต้องแต่งตั้งจากข้าราชการในสังกัดกรมธนารักษ์ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งร่วมเป็นกรรมการด้วย
                ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้มีอํานาจในการจัดให้เช่าแต่งตั้ง ข้าราชการที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นทําหน้าที่ประธานกรรมการแทน
                ในกรณีเมื่อถึงกําหนดเวลารับซองหรือเปิดซองประมูลแล้ว ประธานกรรมการยังไม่มาปฏิบัติหน้าที่ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทําหน้าที่
ประธานกรรมการในเวลานั้น โดยให้ คณะกรรมการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เฉพาะข้อ ๒๘ แล้ว รายงานประธานกรรมการ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเพื่อดําเนินการต่อไปในการ
ประมูลครั้งเดียวกัน ห้ามแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการรับและเปิดซองประมูลเป็นกรรมการพิจารณาผลการประมูล
                ในคณะกรรมการพิจารณาผลการประมูลอาจแต่งตั้งผู้ชํานาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับการประมูลเรื่องนั้น ๆ เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้
                ข้อ ๒๗ ในการประชุมปรึกษาของคณะกรรมการแต่ละคณะต้องมีกรรมการมาพร้อมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด ให้ประธานกรรมการ
และกรรมการแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ
มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก ผู้ใดไม่เห็นด้วยให้บันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย
                ข้อ ๒๘ คณะกรรมการรับและเปิดซองประมูล มีหน้าที่ดังนี้
                                (๑) รับซองประมูล ลงทะเบียนรับซองไว้เป็นหลักฐาน ลงชื่อกํากับซองและบันทึกไว้ที่หน้าซองว่าเป็นของผู้ใด
                                (๒) ตรวจสอบหลักประกันซองร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงินและให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซองไว้เป็นหลักฐาน หากไม่ถูกต้องให้หมายเหต
ุในใบรับและบันทึกในรายงานด้วย
               กรณีหลักประกันซองเป็นหนังสือค้ำประกัน ให้ส่งสําเนาหนังสือค้ำประกันให้ธนาคารหรือบริษัทเงินทุนผู้ออกหนังสือค้ำาประกันโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
ตอบรับ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือค้ำประกันดังกล่าว
                                 (๓) รับเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตามบัญชีรายการเอกสารของผู้เสนอราคา พร้อมแบบรูปและรายการละเอียด (ถ้ามี) หากไม่ถูกต้องให้บันทึกในรายงาน
ไว้ด้วย
                                 (๔) เมื่อพ้นกําหนดเวลารับซองแล้ว ห้ามรับซองประมูลหรือเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่กําหนดในประกาศประมูลอีก
                                 (๕) เปิดซองใบเสนอราคาและอ่านแจ้งราคาหรือรายการที่เสนอพร้อมบัญชีรายการเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของผู้เสนอราคาทุกราย โดยเปิดเผยตามเวลาและสถานที่ที่กําหนดและให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกํากับไว้ในใบเสนอราคาและเอกสารประกอบใบเสนอราคาทุกแผ่น แล้วจดราคาและหรือ
ผลประโยชน์จากใบเสนอราคาทุกฉบับลงไว้ในบัญชีเปรียบเทียบราคา
                                 (๖) เมื่อได้ดําเนินการตาม (๕) แล้วให้ส่งมอบใบเสนอราคาทั้งหมด สําเนาการสงตรวจสอบหนังสือค้ำประกัน และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ บัญช
ีเปรียบเทียบราคา พร้อมด้วยบันทึกรายงานการดําเนินการต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประมูล ทันทีในวันเดียวกัน
            

                 ข้อ ๒๙ คณะกรรมการพิจารณาผลการประมูล มีหน้าที่ดังนี้
                                 (๑) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคา ผลการตรวจสอบหนังสือค้ำประกัน เอกสารหลักฐานต่าง ๆ แบบรูปและรายการละเอียด
(ถ้ามี) แล้วคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อนไขในประกาศประมูล ในกรณีที่ผู้เสนอราคารายใดเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากที่กําหนดในเงื่อนไขประกาศประมูล
ในส่วนที่มิใช่สาระสําคัญ และความแตกต่างนั้นไม่มีผลทําให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้เสนอราคารายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อยให้พิจารณาผ่อนปรนให้เข้ า
ประมูลโดยไม่ตัดผู้เข้าประมูลรายนั้นออก ในการพิจารณาคณะกรรมการอาจสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้เสนอราคารายใดเพิ่มเติมเพื่อนํามาประกอบการพิจารณาก็ได
้ แต่จะให้ผู้เสนอราคารายใดเปลี่ยนแปลงสาระสําคัญที่เสนอไว้แล้วมิได้

                                 (๒) พิจารณาคัดเลือกเสนอผู้เสนอราคาที่ตรวจสอบแล้วตาม (๑) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทางราชการและเสนอราคาและหรือผลประโยชน์สูงสุดเป็นผู้
ประมูลได้ ถ้ามีผู้เสนอราคาและหรือผลประโยชน์เท่ากันหลายราย ให้เรียกผู้เสนอราคาดังกล่าวมาให้เสนอราคาใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคา รายใดไม่มายื่นซอง
ให้ถือว่ารายนั้นยื่นตามราคาและหรือผลประโยชน์ที่เสนอไว้เดิม
                ในกรณีมีการเสนอราคาใหม่หรือไม่ก็ตาม ถ้าปรากฏว่า ราคาและหรือผลประโยชนสูงสุดต่ำกว่าที่กําหนด ให้เสนอความเห็นต่อผู้มีคําสั่งแต่งตั้งตามข้อ ๒๕ ว่าจะสมควรเปลี่ยนแปลงรายการหรือยกเลิกการประมูลเพื่อดําเนินการประมูลใหม่
                                 (๓) เมื่อได้ดําเนินการไปแล้วได้ผลประการใด ให้เสนอความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้มีคําสั่งแต่งตั้งตามข้อ ๒๕
 

                                            ส่วนที่ ๒
                                            วิธีประมูล
               

                  ข้อ ๓๐ ให้ผู้มีอํานาจในการจัดให้เช่าดําเนินการให้มีการปิดประกาศประมูลโดยเปิดเผย ณ ที่ทําการของผู้มีอํานาจในการจัดให้เช่า สํานักงานธนารักษ์พื้นที่
สํานักงานเขต หรือ ที่ว่าการอําเภอหรือ ที่ว่าการกิ่งอําเภอแล้วแต่กรณีซึ่งที่ราชพัสดุแปลงที่จะเปิดประมูลตั้งอยู่ รวมทั้งบริเวณที่ราชพัสดุที่จะเปิดประมูลด้วยและส่งไป
ประกาศทางวิทยุกระจายเสียงและหรือลงประกาศในหนังสือพิมพ์ กรมประชาสัมพันธ์ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ศูนย์รวมข่าวประกวดราคาและสํานักงาน
การตรวจเงินแผ่นดินหรือสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค แล้วแต่กรณี และหากเห็นสมควรจะส่งประกาศไปยังผู้มีอาชีพเกี่ยวกับงานประมูลโดยตรงหรือจะโฆษณา
โดยวิธีอื่นอีกก็ได้
                  ในการส่งประกาศการประมูลให้ศูนย์รวมข่าวประกวดราคาและสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค ให้ส่งเอกสาร
ประกวดราคาไปพร้อมกันโดยมีสาระสําคัญของการประมูลดังนี้
                             (๑) รายละเอียดเกี่ยวกับที่ราชพัสดุที่ต้องการให้เช่า
                             (๒) คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าประมูล
                             (๓) กําหนดวัน เวลารับซอง ปิดการรับซอง และเปิดซองประมูล
                             (๔) สถานที่ขอรับหรือขอซื้อเอกสารการประมูล และราคาของเอกสาร
                 การดําเนินการในสองวรรคดังกล่าวข้างต้น ต้องกระทําก่อนวันรับซองประมูลไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน

                  ข้อ ๓๑ การให้หรือขายเอกสารการประมูล ในกรุงเทพมหานครให้กระทํา ณ กรมธนารักษ์ ในจังหวัดอื่นให้กระทํา ณ สํานักงานธนารักษ์พื้นที่ซึ่งที่ราชพัสด
ุแปลงที่จะเปิดประมูลตั้งอยู่ หรือสถานที่อื่นที่สะดวกและไม่เป็นเขตหวงห้ามที่ผู้มีอํานาจจัดให้เช่าเห็นสมควร กับจะต้องจัดเตรียมไว้ให้มากพอสําหรับความต้องการของ
ผู้มาขอรับหรือขอซื้อรายละ ๑ ชุด โดยไม่มีเงื่อนไขในการให้หรือขาย ในกรณีที่มีการขายให้กําหนดราคาพอสมควรกับค่าใช้จ่ายที่ทางราชการต้องเสียไปในการจัดทําสําเนา
เอกสารการประมูลนั้น ทั้งนี้ให้เผื่อเวลาไว้สําหรับการคํานวณราคาของผู้ประสงค์จะเข้าประมูลโดยอย่างน้อยให้มีขั้นตอนและกําหนดเวลาในการดําเนินการ ดังนี้
                            (๑) การให้หรือขายเอกสารประมูล ให้ดําเนินการพร้อมกับวันประกาศตามข้อ ๓๐ และให้มีช่วงเวลาในการให้หรือขายไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน
                            (๒) เมื่อปิดการให้หรือขายตาม (๑) แล้ว อาจจะจัดให้ผู้ประสงค์จะเข้าประมูลไปดูสถานที่และหรือจัดให้มีการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการประมูล ทั้งน
ี้ ให้ดําเนินการก่อนวันรับซองไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน   ถ้ามีการยกเลิกการประมูลครั้งนั้นและมีการประมูลใหม่ให้ผู้รับหรือซื้อเอกสารการประมูลครั้งก่อน มีสิทธิใช้เอกสารการ
ประมูลนั้น หรือได้รับเอกสารการประมูลใหม่โดยไม่ต้องเสียค่าซื้อเอกสารการประมูลอีก
                 

                  ข้อ ๓๒ ประกาศประมูลอย่างน้อยให้แสดงรายการดังต่อไปนี้
                            (๑) รายละเอียดเกี่ยวกับที่ราชพัสดุที่ต้องการให้เช่า
                            (๒) คุณสมบัติของผู้เข้าประมูล ซึ่งจะต้องไม้เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เข้าประมูลจะได้
มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น การประมูลจัดให้เช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังให้กําหนดคุณสมบัติของผู้เข้าประมูล
ดังนี้
                                   (๒.๑) ทุนทรัพย์ในการลงทุนก่อสร้างไม่เกิน ๕ ล้านบาท ให้สิทธิแก่เอกชน บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยไม่จํากัดทุนจดทะเบียนเข้าร่วม
ประมูล
                                   (๒.๒) ทุนทรัพย์ในการลงทุนก่อสร้างเกินกว่า ๕ ล้านบาทขึ้นไป ให้สิทธิแก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนตามที่อธิบดีเห็น
สมควร
                           (๓) ในกรณีจําเป็นให้ระบุให้ผู้เข้าประมูลส่งแบบรูปและรายการละเอียดไปพร้อมกับใบเสนอราคา

                           (๔) มีเงื่อนไขด้วยว่าซองประมูลที่ยื่นต่อทางราชการและลงทะเบียนรับซองแล้วจะถอนคืนมิได้
                           (๕) กําหนดสถานที่ วัน เวลา รับซอง ปิดการรับซอง และเปิดซองประมูล
                           (๖) กําหนดวันเริ่มทํางานและวันแล้วเสร็จโดยประมาณ สําหรับการปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง
                           (๗) กําหนดให้ผู้เสนอราคาวางหลักประกันซองตามชนิดและจํานวนในข้อ ๓๙ และข้อ ๔๐ และให้เงื่อนไขว่า ถ้าผู้เข้าประมูลถอนการเสนอราคาหรือ
ไม่ไปทําสัญญาหรือข้อตกลงกับทางราชการภายในกําหนด ทางราชการจะริบหลักประกันซองหรือเรียกร้องจากผู้ค้ำาประกัน
                           (๘) กําหนดเงื่อนไขตามความในหมวด๒และอัตราการจ่ายเงินถ้ามี
                           (๙) ข้อกําหนดว่าผู้ประมูลได้จะต้องวางหลักประกันสัญญาตามอัตราที่กําหนดในข้อ ๔๐
                           (๑๐) ใบเสนอราคาต้องทําเป็นภาษาไทย ลงราคารวมทั้งสิ้นเป็นตัวเลขและต้องมีตัวหนังสือกํากับ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกันให้ถือตัวหนังสือ
เป็นสําคัญ
                           (๑๑) ซองประมูลต้องผนึกให้เรียบร้อยก่อนยื่นต่อทางราชการและผู้เสนอราคาจะต้องจัดทําบัญชีรายการเอกสารที่ยื่นซองพร้อมซองประมูลด้วย
                           (๑๒) สถานที่ติดต่อเกี่ยวกับแบบรูปและรายการละเอียดพร้อมทั้งแบบสัญญา (ถ้ามี)
                           (๑๓) ข้อสงวนสิทธิว่า ผู้มีอํานาจจัดให้เช่าทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะงดหรือเลือกผู้เสนอราคา โดยไม่จําต้องเลือกผู้เสนอราคาและหรือผลประโยชน์สูงสุดเสมอไป
รวมทั้งจะพิจารณายกเลิกการประมูล หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าการดําเนินการประมูลกระทําไปโดยไม่สุจริตหรือมีการสมยอมกันในการเสนอราคาหรือเหตุอื่นใดตามที่ทาง
ราชการเห็นสมควรเพื่อประโยชน์ของทางราชการ

             ข้อ ๓๓ ก่อนวันเปิดซองประมูล หากมีความจําเป็นที่ต้องชี้แจงหรือให้รายละเอียดเพิ่มเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ หรือมีความจําเป็นต้องแก้ไขรายละเอียดที่เป็น
สาระสําคัญให้จัดทําเป็นประกาศประมูลเพิ่มเติมและดําเนินการตามข้อ ๓๐โดยอนุโลม กับแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ที่ขอรับหรือซื้อเอกสารประมูลไปแล้วทุกรายด้วย
การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง หากจะเป็นเหตุให้ผู้เสนอราคาไม้สามารถยื่นซองประมูลได้ทันตามกําหนดเดิม ให้เลื่อนวัน เวลารับซอง ปิดการรับซองและเปิดซองประมูล
ตามความจําเป็นด้วย
             ข้อ ๓๔ นอกจากกรณีที่กําหนดไว้ตามข้อ ๓๓ เมื่อถึงกําหนดวันรับซองประมูล ห้ามมิให้ร่นหรือเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงกําหนดเวลารับซองและเปิดซองประมูล
              ข้อ ๓๕ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประมูลได้พิจารณาตามข้อ ๒๙ (๑) แล้วปรากฏว่า มีผู้เสนอราคาถูกต้องตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กําหนดไว้
ใ นประกาศประมูลเพียงรายเดียว ถ้าคณะกรรมการเห็นว่ามีเหตุผลสมควรที่จะดําเนินการต่อไป โดยไม่ต้องการยกเลิกการประมูลครั้งนั้น ให้ดําเนินการตามข้อ ๒๙ (๒)
โดยอนุโลม
              ข้อ ๓๖ ในกรณีไม่มีผู้เสนอราคาหรือมีแต่ไม่ถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กําหนดหรือกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควรที่จะดําเนิน
การตามผลการประมูลข้อ ๓๕ ให้เสนอผู้มีคําสั่งแต่งตั้งตามข้อ ๒๕ เพื่อรายงานให้อธิบดีพิจารณายกเลิกการประมูลครั้งนั้น
              ข้อ ๓๗ หลังจากการประมูลแล้ว แต่ยังไม่ได้ทําสัญญาหรือตกลงกับผู้ประมูลรายใด ถ้ามีความจําเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลง
สาระสําคัญในรายการละเอียดหรือเงื่อนไขที่กําหนดในประกาศประมูล ซึ่งทําให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้เข้าประมูลด้วยกันให้อธิบดีพิจารณายกเลิกการ
ประมูลครั้งนั้น
               ข้อ ๓๘ เมื่อผู้มีคําสั่งแต่งตั้งได้รับความเห็นและเอกสารจากคณะกรรมการพิจารณาผลการประมูลตามข้อ ๒๙ (๓) แล้ว ใหพิจารณาจัดให้เช่าที่ราชพัสดุตาม
ระเบียบฉบับนี้ต่อไป
 

                                                                                                                           ส่วนที่ ๓ 
                                                                                                                         หลักประกัน
                ข้อ ๓๙ หลักประกันซองหรือหลักประกันสัญญา ให้ใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
                         (๑) เงินสด
                         (๒) เช็คที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย ซึ่งเป็นเช็คลงวันที่ที่ใช้เช็คนั้นชําระต่อเจ้าหน้าที่หรือก่อนวัน นั้นไม่เกิน ๓ วันทําการ
                         (๓) หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่กําหนดท้ายระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
                         (๔) พันธบัตรรัฐบาลไทย หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจหรือตราสารอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้การรับรอง ประกันของบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต
ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
ได้แจ้งเวียนให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบแล้ว ให้ใช้เป็นหลักประกันซองได โดยอนุโลมให้ใช้แบบหนังสือค้ำประกันของธนาคารตามแบบที่กําหนดท้ายระเบียบสํานัก
นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
               

               ข้อ ๔๐ หลักประกันดังกล่าวในข้อ ๓๙ ให้เรียกไว้ตามอัตราดังนี้

                         (๑) หลักประกันซอง ให้กําหนดมูลค่าเป็นจํานวนเต็ม ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละยี่สิบของค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่าหรือค่าธรรมเนียมการจัดหาประโยชน์
ขั้นต่ำที่ทางราชการกําหนด เศษของสิบบาทให้ปัดเป็นสิบบาท
                         (๒) หลักประกันสัญญาเฉพาะการจัดให้เช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง ให้กําหนดมูลค่าเป็นจํานวนเต็มในอัตราร้อยละ
สิบของราคาค่าก่อสร้างอาคาร เศษของสิบบาทให้ปัดเป็นสิบบาท
          

              ข้อ ๔๑ ให้คืนหลักประกันให้แก่ผู้เสนอราคาตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
                         (๑) หลักประกันซอง ให้คืนให้แก่ผู้เสนอราคาภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้พิจารณาคัดเลือกตามข้อ ๒๙ (๒) เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้เสนอราคารายที่คัดเลือก
ไว้ ซึ่งเสนอราคาและหรือผลประโยชน์สูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้แจ้งให้ผู้เสนอราคารายหนึ่งรายใดเป็นผู้ประมูลได้
                         (๒) หลักประกันสัญญา ให้คืนเมื่อครบกําหนด ๑ ปี นับแต่วันที่ทางราชการได้รับมอบสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดถูกต้องเรียบร้อยแล้ว การคืนหลักประกันที่เป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคารหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนในกรณีที่ผู้เสนอราคาหรือคู่สัญญาไม่มารับภายในกําหนดเวลาข้างต้น ให้รีบส่งต้นฉบับหนังสือมาประกันคืนให้แก่ผู้เสนอราคาหรือคู่สัญญาโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนโดยเร็ว พร้อมกับแจ้งให้ธนาคารหรือบริษัทเงินทุนผู้ค้ำประกันทราบด้วย
 
                                                                                                    หมวด ๕
                                                                                     ค่าปรับและการบอกเลิกสัญญา

              ข้อ ๔๒ การใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุโดยละเมิดให้ปฏิบัติดังนี้
                          (๑) ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย หรือ
                          (๒) หากสมควรให้เช่าให้เรียกเก็บค่าเช่า ค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่าตามหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาที่กําหนดไว้ในข้อ ๔ วรรคสอง หลักประกัน
สัญญาเช่า และหากอธิบดีเห็นสมควรจะเรียกค่าเสียหายด้วยก็ได้
              ข้อ ๔๓ กรณีผิดสัญญาให้ดําเนินการบอกเลิกสัญญา และหรือให้รื้อถอนอาคารหรือ
สิ่งปลูกสร้างแล้วแต่กรณี รวมทั้งเรียกค่าเสียหาย
              ในกรณีที่มีเหตุสมควรเพื่อการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุจะไม่บอกเลิกสัญญา และหรือให้คงสภาพอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างไว้ แล้วแต่กรณีก็ได้
โดยให้อธิบดีพิจารณากําหนดค่าปรับและปฏิบัติดังนี้

                          (๑) สัญญาเช่าที่ดิน ถ้าผู้เช่าปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ในที่ดินที่เช่าโดยมิได้รับอนุญาต ถ้าเป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัย
หรืออาคารที่ไม่ต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังตาม ข้อ ๑๓ ให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของมูลค่าอาคารหรือ
สิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ทั้งนี้ให้เรียกเก็บไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ บาท ต่อครั้งที่ผิดสัญญา กรณีเป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่ต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังตามข้อ
๑๓ นอกจากให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดหาประโยชน์ตามระเบียบนี้แล้ว ให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ แต่ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของมูลค่าอาคารหรือ
สิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ทั้งนี้ให้เรียกเก็บไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อครั้งที่ผิดสัญญา
                            (๒) สัญญาเช่าที่ดิน ถ้าผู้เช่าต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างโดยมิได้รับอนุญาต กรณีเป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอยู่อาศัย หรืออาคารที่ไม
่ต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังตามข้อ ๑๓ ให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของมูลค่าที่ต่อเติมหรือดัดแปลง ทั้งนี้ให้เรียกเก็บ
ไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ บาท ต่อครั้งที่ผิดสัญญา ในกรณีเป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นที่ต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังตามข้อ ๑๓ ให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราไม่ต่ำกว่า
ร้อยละ ๑๐ แต่ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของมูลค่าที่ต่อเติมหรือดัดแปลง ทั้งนี้ให้เรียกเก็บไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อครั้งที่ผิดสัญญา

                            (๓) สัญญาเช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างทุกชนิด ถ้าผู้เช่าต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างโดยมิได้รับอนุญาตไม่ถึงขนาดที่อาจกระทบกระเทือน
ต่อความมั่นคงหรือไม่เปลี่ยนแปลงรูปทรงถึงขนาดเสียความเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือความสวยงาม ให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐
ของมูลค่าที่ต่อเติมหรือดัดแปลง ทั้งนี้ให้เรียกเก็บค่าปรับไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ บาท ต่อครั้งที่ผิดสัญญา หรือ            ในกรณีผู้เช่ารื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างไม่ว่าทั้งหมด หรือแต่บางส่วนโดยมิได้รับอนุญาตให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราดังกล่าวจากค่าเสียหาย โดยยังไม่รวมถึงค่าเสียหายอื่น
                            (๔) สัญญาก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง ถ้าผู้ก่อสร้างลงมือก่อสร้างอาคารก่อนเจ้าหน้าที่ทําการปักผังอาคาร ให้เรียกเก็บค่าปรับใน
อัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ แต่ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของมูลค่าที่ได้ดําเนินการไปก่อนเจ้าหน้าที่ทําการปักผัง ทั้งนี้ให้เรียกเก็บค่าปรับไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อครั้งที่ผิดสัญญา

            ในกรณีที่ผู้ก่อสร้างเปลี่ยนรายการก่อสร้าง รื้อถอน ต่อเติม หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างก่อนได้รับอนุญาตหรือโดยไม่มี
สิทธิจะกระทําได้ ให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราตามวรรคแรกจากมูลค่าที่เปลี่ยนแปลงรายการก่อสร้าง รื้อถอน ต่อเติม หรือดัดแปลง และถ้าทําให้มูลค่าแห่งอาคารหรือสิ่ง
ปลูกสร้างลดลงให้เรียกเก็บเงินทดแทนราคามูลค่าที่ลดลงอีกส่วนหนึ่งด้วย
                            (๕) ถ้ากรณีตาม (๓) และ (๔) เป็นเหตุให้อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างขาดความมั่นคงแข็งแรง อันอาจจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ถ้าเห็นว่าสามารถเสริมความมั่นคงได้จะให้ผู้ผิดสัญญาเสริมความมั่นคงด้วยทุนทรัพย์ของตนเองก็ได้ และให้เรียกค่าปรับด้วย
              ในกรณีไม่อาจดําเนินการตามวรรคแรก หรือทําให้ขาดความสวยงามให้รื้อถอนและให้เรียกค่าเสียหายด้วย
                             (๖) กรณีผิดสัญญาโดยนําไปให้เช่าช่วงหรือนําไปจัดหาประโยชน์โดยมิได้รับอนุญาต หากมีเหตุสมควรจะไม่บอกเลิกสัญญาให้เพิ่มอัตราค่าเช่าขึ้นอีก
ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของค่าเช่าเฉพาะส่วนที่ให้เช่าช่วง หรือจัดหาประโยชน์
             ในกรณีที่มีเหตุผลและความจําเป็น อธิบดีอาจกําหนดให้เรียกเก็บค่าปรับต่ำกว่าอัตราตามที่กําหนดไว้ในวรรคสองก็ได้
              ข้อ ๔๔ ผู้ค้างชําระค่าเช่า ภาษีอากร ภาษีบํารุงท้องที่ ภาษีโรงเรือน ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ หรือเงินอื่นใด อันจะต้องชําระแก่ทางราชการตามกําหนดเวลานอก
จากจะต้องชําระเงินที่ค้างดังกล่าวแล้ว ยังต้องชําระเงินที่เพิ่มขึ้นอีกในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนของเงินที่ค้างชําระ เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน

                                                                                               หมวด ๖
                                                                              การจัดทําสัญญาต่างตอบแทนอื่น


              ข้อ ๔๕ กรณีเอกชนขอสร้างสะพาน ทางเชื่อม ในที่ราชพัสดุให้เรียกเก็บค่าตอบแทนครั้งเดียวเท่ากับค่าเช่าเพื่ออยู่อาศัย ๓๐ ปี หากเป็นกรณีการขอเพื่อประโยชน
์เชิงพาณิชย์ให้เรียกเก็บค่าตอบแทนในอัตรา ๑.๕ เท่าของค่าตอบแทนในวรรคแรก และถ้าเป็นการขอเพื่อประโยชน์ในธุรกิจจัดสรรที่ดินให้เรียกเก็บค่าตอบแทนในอัตรา
๒ เท่าของค่าตอบแทนในวรรคแรก
              ข้อ ๔๖ กรณีเอกชนขอสร้างสะพาน ทางเชื่อม ในที่ราชพัสดุกรณีที่มิใช่ทางจําเป็นตามกฎหมายให้เรียกเก็บค่าทดแทนครั้งเดียวเท่ากับราคาที่ดิน คูณด้วยจํานวน
เนื้อที่ที่ใช้
              ข้อ ๔๗ กรณีรัฐวิสาหกิจขอสร้างสะพาน ทางเชื่อม ปักเสาพาดสายไฟฟ้า วางท่อประปาท่อระบายน้ำ วางสายโทรศัพท์ หรือดําเนินการอื่นใดในลักษณะเดียวกัน
ในที่ราชพัสดุ ยกเว้นการปักเสาพาดสายไฟฟ้าแรงสูง ให้เรียกเก็บค่าทดแทนครั้งละ ๕๐๐ บาท
               ข้อ ๔๘ การจัดทําสัญญาต่างตอบแทนอื่นในที่ราชพัสดุที่มีราคาที่ดินรวมกับมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี) ซึ่งกําหนดตามระเบียบนี้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐
บาท ให้อธิบดีเป็นผู้อนุญาต โดยกําหนดรายละเอียด และเงื่อนไขของสัญญาตามความเหมาะสม โดยคํานึงถึงสภาพทําเล และประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับเป็นสําคัญ
                ข้อ ๔๙ การจัดทําสัญญาต่างตอบแทนอื่นตามความในหมวดนี้ ให้กระทําได้โดยวิธีประมูล เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ราชพัสดุตามกฎ
กระทรวง ข้อ ๒๖ (๘)
 

                                                                                               บทเฉพาะกาล
                ข้อ ๕๐ ในระหว่างที่ยังมิได้ออกหลักเกณฑ์และวิธีการ ข้อกําหนด คําสั่ง ตามที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ บรรดาหลักเกณฑ์ วิธีการ อัตราค่าเช่า ค่าธรรมเนียม
แบบสัญญา และ คําสั่งใดๆ ที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๒๗ ระเบียบกระทรวงการคลังว่า
ด้วยการพัฒนาที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๔ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยวิธีประมูลจัดให้เช่าที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ ให้มีผลใช้บังคับต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้ง
กับระเบียบฉบับนี้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ๖ เดือนนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ
                 ข้อ ๕๑ การประมูลรายใดที่อยู่ในระหว่างดําเนินการและยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ระเบียบฉบับนี้ใช้บังคับให้ดําเนินการตามระเบียบที่ใช้บังคับอยู่เดิมต่อไปจน
กว่าจะแล้วเสร็จ

                 ข้อ ๕๒ ในกรณีที่ผู้เช่าขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การเช่าหรือขอปลูกสร้างอาคารเพื่อยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังตามระเบียบกระทรวงการคลังว่า
ด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๒๗ หรือได้รับสิทธิเป็นผู้พัฒนาที่ราชพัสดุตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการพัฒนาที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๔
อยู่แล้วก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ และผู้เช่าได้ตกลงยินยอมรับสิทธิการปลูกสร้าง หรือพัฒนาที่ราชพัสดุโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ภายในระยะเวลาที่กําหนด
แม้ว่าการตกลงยินยอมรับนั้น จะได้ส่งมาในวันหรือหลังวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับแล้วก็ตาม ก็ให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของระเบียบกระทรวงการ
คลังทั้งสองฉบับแล้วแต่กรณี ต่อไปได้
                                       

                                                                         ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

                                                                                      สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
                                                                                 (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์)
                                                                                รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง